Skip to content
Home » กู้ซื้ิอบ้าน กับ ธอส : ขั้นตอน การขอสินเชื่อซื้อบ้าน กับ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ | อัตรา ดอกเบี้ย ผ่อน บ้าน

กู้ซื้ิอบ้าน กับ ธอส : ขั้นตอน การขอสินเชื่อซื้อบ้าน กับ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ | อัตรา ดอกเบี้ย ผ่อน บ้าน

กู้ซื้ิอบ้าน กับ ธอส : ขั้นตอน การขอสินเชื่อซื้อบ้าน กับ ธนาคารอาคารสงเคราะห์


นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูเพิ่มเติม

สำหรับคนที่มีปัญหา กู้เงินซื้อบ้านไม่ผ่าน ขอสินเชื่อกับ ธนาคารไม่ผ่าน แบงก์ ไม่อนุมัติ หรือ ท่านที่เคยมีปัญหาติดเครดิตบูโร และได้ปิดหนี้ไปแล้ว แต่ก็ยังยื่นขอสินเชื่อไม่ผ่าน
จากประสบการณ์กว่า 20 ปี ในตำแหน่ง วิเคราะห์สินเชื่อ จากสถาบันการเงินชั้นนำหลายๆ แห่ง ผมทำงานมาหลายแบงก์ครับ และสายสัมพันธ์ ทั้งเพื่อนร่วมงานเก่า และเจ้านายเก่าๆ ของผม ที่ผมมีคอนเนคชั่นกันอย่างลึกซึ้ง ผมยินดีที่จะแนะนำ ทริค และเทคนิค วิธีการต่างๆ ในการกู้เงินซื้อบ้าน วิธีขอสินเชื่อให้ผ่าน แบงก์ไหน ธนาคารไหน ปล่อยง่าย เทคนิควิธีการเดินบัญชี ทำยังไงให้กู้บ้านผ่าน เทคนิคการซื้อบ้านแล้วมีเงินเหลือ เทคนิคการดันราคาประเมินบ้าน ต่างๆ เหล่านี้ ผมพร้อมที่จะสอนและแนะนำ จาก ความรู้ และประสบการณ์กว่า 20 ปี ของผม
อะไรบ้างที่คุณจะได้จากผม
1. เทคนิค และวิธีการการเตรียมเอกสาร
2. เทคนิค และวิธีการเจรจา และนำเสนอข้อมูลต่อเจ้าหน้าที่สินเชื่อของธนาคาร อันนี้สำคัญมากนะครับ
3. และในปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในระหว่าง ขั้นตอนการยื่นเรื่อง ติดต่อประสานงานกันได้ตลอดเวลาครับ
เพียงแค่ท่าน ชำระเงิน จำนวน 2,000 บาท มาที่
SCB ธนาคาร ไทยพาณิชย์ เลขที่บัญชี 407 0 55631 0
KBank ธนาคาร กสิกรไทย เลขที่บัญชี 766 2 21897 3
ชื่อบัญชี Yuttana Kosakul
แล้ว ส่งข้อความมาที่ Line ID : @antonio ( ใส่เครื่องหมาย @ ด้วยนะครับ ) แล้วนัดเวลาที่คุณสะดวก เพื่อโทรคุยกันอีกทีครับ
หรืออีกหนึ่งรูปแบบ
ให้ท่านติดต่อ เข้ามาที่ LineID : @antonio ( ใส่เครื่องหมาย @ ด้วยนะครับ ) เพื่อนัดหมาย เวลาและสถานที่ ในการให้คำแนะนำด้านการเตรียมเอกสารและเทคนิควิธีการยื่นกู้ ขอสินเชื่อบ้าน โดยคิดอัตราค่าบริการ ให้คำปรึกษา 5,000 บาท ไม่มีกำหนดเวลาสอบถามได้ ตลอดเวลา หลังจากสอนกันครั้งแรกแล้วครับ
สถานที่นัดหมาย
The Wisdom Lounge ของ KBank ธนาคาร กสิกรไทย จำกัด
1. Kbank สาขา เซ็นทรัลบางนา
2. Kbank สาขา ซีคอนสแควร์
3. Kbank สาขา พาราไดซ์ พาร์ค
หรือที่ร้าน Starbucks
1. ร้าน สตาร์บัค สาขา สมิติเวช ศรีนครินทร์
2. ร้าน สตาร์บัค สาขา ซีคอนสแควร์
3. ร้าน สตาร์บัค สาขา พาราไดซ์ พาร์ค
4. ร้าน สตาร์บัค สาขา ธัญญา พาร์ค
5. ร้าน สตาร์บัค สาขา เดอะมอลล์ บางกะปิ
6. ร้าน สตาร์บัค สาขา เดอะ นายน์ พระรามเก้า
7. ร้าน สตาร์บัค สาขา เซ็นทรัล บางนา

ผมเป็นเจ้าของ เวปไซต์ http://antonioattorney.blogspot.com และ
เวปไซต์ http://antonioattorney.com และเพจนี้ https://www.facebook.com/AntonioAttorney/ ครับ
ลองดูโปรไฟล์ต่างๆ ของผม เพื่อการตัดสินใจของคุณครับ ผมรอคุณอยู่ครับ เพื่อที่จะได้แนะนำ เทคนิค วิธีการต่างๆ ให้คุณได้สำเร็จ และสมหวัง ในการที่ จะยื่นกู้ซื้อบ้านให้ผ่าน สมหวัง ตามความฝันของทุกๆ คนที่อยากจะมีบ้านกันนะครับ

กู้ซื้ิอบ้าน กับ ธอส : ขั้นตอน การขอสินเชื่อซื้อบ้าน กับ ธนาคารอาคารสงเคราะห์

แจกตารางผ่อนบ้าน+คำนวณดอกเบี้ย พร้อมสอนใช้งาน


แจกตารางผ่อนบ้าน คำนวณดอกเบี้ย พร้อมสอนใช้งาน
Download ตารางผ่อนบ้าน : https://bit.ly/3AVfKub
คำนวณเงินผ่อนต่อเดือน กดที่ Link https://bit.ly/3ifSiS8
บ้านหลังนี้ผ่อนต่อเดือนเท่าไร?
ซื้อบ้านราคาเท่านี้ต้องผ่อนธนาคารเดือนละกี่บาท คงเป็นคำถามแรกๆที่ทุกๆคนที่อยากจะซื้อบ้านอยากรู้กันใช่ไหมครับว่าตกลงบ้านที่เราจะซื้อเนี่ยถ้าเราผ่อนธนาคารแล้ว เราจะต้องมีภาระส่งธนาคารเดือนละกี่บาท
วันนี้ผมจะมาอธิบายวิธีการคำนวณเงินผ่อนบ้านที่ทุกๆคนสามารถลองเอาไปคำนวณได้เองเลยครับ และนอกเหนือไปกว่านั้นนะครับวันนี้ผมจะมาสอนวิธีดูด้วยครับว่า เงินค่าบ้านแต่งวดที่เราส่งธนาคารไปมันไปตัดในส่วนของเงินต้นเท่าไร และ เราจ่ายดอกเบี้ยให้กับธนาคารเท่าไรกันแน่
ก่อนอื่นที่จะไปคำนวณเงินผ่อนบ้าน ผมขออธิบายรูปแบของการคิดดอกเบี้ยบ้านให้เพื่อนๆที่ยังไม่ทราบก่อนนะครับ รูปแบบการคิดดอกเบี้ยบ้านเนี่ยเขาจะมีการคิดแบบที่เรียกว่า “ลดต้นลดดอก” (Effective Rate) การคิดแบบลดต้นลดดอกถ้าพูดกันแบบภาษาที่เข้าใจง่ายก็คือ ดอกเบี้ยรวมที่เราต้องจ่ายจะคิดจากเงินต้นคงเหลือครับ
เงินต้นเยอะ ดอกเบี้ยก็จ่ายเยอะ
ผ่อนจนเหลือต้นน้อย ดอกเบี้ยก็น้อยตาม
ซึ่งการคิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกนี่เองแหละครับเป็นข้อดีมากๆสำหรับการผ่อนบ้านหรือคอนโดไม่้หมือนกับการผ่อนรถที่จะมีการคิดดอกเบี้ยคงที่ คือต่อให้ผ่อนจนเหลือต้นน้อยล้วดอกเบี้ยก็ยัง Fix คงที่อยู่ดีครับ

See also  ราคาทอง 14 ต.ค. 64 | ราคาทองคำวันนี้ | วิเคราะห์ราคาทองคำ | ราคาทอง | ราคา ทองคำ ปัจจุบัน

คำนวณเงินผ่อนบ้าน
มาครับมาเริ่มจากการคำนวณ “เงินผ่อนบ้าน” กันครับก่อนอื่นเลยวันนี้ผมจะขอใช้โปรแกรมการคำนวณเงินผ่อนสำเร็จรูปจาก website www.ddproperty.com ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม Market Place อสังหาริมทรัพย์เจ้าใหญ่ของประเทศไทยนะครับคือใน website เขาจะมีให้เรากรอกคำนวณได้เลยครับ
กดที่ Link https://bit.ly/3ifSiS8
จากนั้นหน้าที่ของเราคือกรอกข้อมูลของบ้านที่เราจะซื้อและเงื่อนไขอัตราดอกเบี้ยต่างๆเพียงแค่ 3 ช่องเท่านั้นครับ
1.จำนวนเงินที่ต้องการกู้
กรอกราคาบ้านเราไปเลยคับ
2.อัตราดอกเบี้ยต่อปี (%)
อันนี้เป็นอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยตลอดอายุสัญญาเงินกู้ของเราครับ ผมแนะนำว่าช่องนี้ใส่เป็น 6% ไปนะครับ
3.ระบุระยะเวลากู้
เรากู้กี่ปีก็กรอกไปครับโดยส่วนมากใช้เป็น 30 ปีก็ได้ครับ

แค่เรากรอกข้อมูลทั้ง 3 ตัวนี้ครบระบบก็จะคำนวณเงินผ่อนบ้านออกมาให้เราแล้วครับ สะดวกมากๆ

ซึ่งผมลองกดเล่นๆออกมาให้ทุกคนดูนะครับ
ถ้าในเงื่อนไขว่าเราคิดดอกเบี้ยเฉลี่ยทั้งสัญญา 6% และระยะเวลาผ่อน 30 ปี
กู้บ้าน 1 ล้าน ผ่อนธนาคารเดือนละ 5,995.51 บาท
กู้บ้าน 2 ล้าน ผ่อนธนาคารเดือนละ 11,991.01 บาท
กู้บ้าน 3 ล้าน ผ่อนธนาคารเดือนละ 17,986.52 บาท
กู้บ้าน 4 ล้าน ผ่อนธนาคารเดือนละ 23,982.02 บาท
กู้บ้าน 5 ล้าน ผ่อนธนาคารเดือนละ 29,977.5 บาท

นี่เป็นตัวเลขที่คำนวณออกมาได้ครับ ซึ่งค่าที่ได้ผมต้องบอกว่าจะใกล้เคียงกับเงินจริงที่เราต้องผ่อนมากๆครับ เพื่อนๆของเข้าไปใช้งานกันได้นะครับใช้งานฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายครับ

ทำไมบางธนาคารถึงผ่อนต่ำมากๆ
ผมดักคอไว้ก่อนเลยนะครับว่า อาจจะมีเพื่อนๆหลายคนที่เคยไปกู้ซื้อบ้านกับบางธนาคารมา พอมาเจอการคำนวณแบบที่เรากำลังคุยกันอยู่ในบทความนี้ก็บอกว่า สูตรคำนวณมั่ว ฉันไปกู้ธนาคารมา ยอดเงิน 1 ล้านบาท ผ่อนเดือนละ 3,000 กว่าบาทเอง
ตรงนี้ผมอยากจะบอกว่าใช่ครับ เพราะบางธนาคารอัตราดอกเบี้ยปีแรกถูกมากและเขาอยากจะช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้กับลูกค้าโดยการลดเงินผ่อนในช่วงปีแรกๆลงมาให้มันถูกครับ
แต่สิ่งที่ผมอยากจะบอกก็คือ บ้านเราผ่อนกัน 30 ปีนะครับ
ใช่ครับปีแรกๆเราอาจจะผ่อนด้วยเงินที่ไม่เยอะแล้วปีถัดๆไปหละครับ นั่นเป็นเหตุผลที่เวลา คำนวณเงินผ่อนบ้านทุกครั้ง อัตราดอกเบี้ย ที่ผมจะแนะนำให้เพื่อนๆกรอกลงไปจะเป็นดอกเบี้ยเฉลี่ยตลอดออายุสัญญาครับ
ไม่อยากให้ใส่ดอกเบี้ยในช่วงปีแรกๆซึ่งแน่นอนว่ามันถูกครับ พอใส่ดอกเบี้ยน้อยเงินที่เราคำนวณออกมามันก็จะน้อยตาม ซึ่งถ้าเราเชื่อในตัวเลขนั้นและวางแผนตามนั้นมันอาจจะทำให้การคำนวณของเราคลาดเคลื่อนไปได้ครับอันนี้ต้องระมัดระวังให้ดีๆเลยครับ
ดังนั้นย้ำอีกทีนะครับเวลาคำนวณเงินผ่อนบ้านเพื่อที่จะวางแผนการเงิน ให้ใส่ดอกเบี้ยที่สูงไว้นิดนึงเพื่อเป็น Safety Factor เผื่อความปลอดภัยให้เรานะครับ 67% กำลังดีเลยครับ

รู้เงินผ่อนบ้านไปทำไม?
การที่เราทราบเงินที่เราทราบจำนวนเงินที่เราต้องผ่อนธนาคารก่อนที่เราจะซื้อบ้านแบบนี้ช่วยอะไรเราทราบไหมครับ
มันจะช่วยให้เราสามารถเตรียมตัว และ วางแผนการเงินได้อย่างถูกต้องก่อนที่เราจะซื้อบ้านไงหละครับ
สมมุติว่าเราคำนวณได้ออกมาว่าบ้านราคา 2 ล้านบาทต้องผ่อนธนาคารเดือนละประมาน 12,000 คำถามที่ต้องถามตัวเองก่อนเลยคือ วันนี้เราสามารถหาเงิน 12,000 มาส่งบ้านที่เรากำลังอยากได้ทุกๆเดือนจริงหรือเปล่า หรือ เงินเท่านี้มันสร้างรายจ่ายที่หนักเกินไปให้กับเราหรือเปล่า
ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นประเด็นที่สำคัญมากๆนะครับที่พวกเราทุกคนจำเป็นอย่างมากที่จะต้องคิดคำนวณเงินผ่อนบ้านเบื้องต้นเองให้เป็นก่อน เพื่อที่จะเอาไปใช้วางแผนในการซื้อบ้านได้อย่างถูกต้องครับ

ผ่อนบ้าน เงินผ่อนบ้าน คำนวนเงินผ่อนบ้าน ตารางผ่อนบ้าน guruliving อสังหาริมทรัพย์

แจกตารางผ่อนบ้าน+คำนวณดอกเบี้ย พร้อมสอนใช้งาน

อัตราดอกเบี้ยบ้าน MRR MLR MOR คืออะไร เกี่ยวข้องยังไงกับคนที่จะกู้ซื้อบ้าน ? | Guru Living


MRR MLR MOR คืออะไร เกี่ยวข้องยังไงกับคนที่กู้ซื้อบ้าน
MRR MLR MOR คนที่กำลังวางแผนจะขอินเชื่อกับทางธนาคารคงเคยได้ยินตัวย่อพวกนี้กันมาแล้วใช่ไหมครับ เพราะปรกติเวลาเราไปสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับสินเชื่อบ้านมา พนักงานเขาจะบอกเป็น MRR บ้างหละ MLR อะไรบ้างหละ วันนี้ผมจะมาอธิบายคำศัพย์เหล่านี้กันครับว่ามันเกี่ยวข้องยังไงกับคนที่กพลีงวางแผนจะกู้ซื้อบ้าน มาดูกันครับ

ก่อนอื่นขออธิบายโครงสร้างสินเชื่อที่อยู่อาศัยหรือโครงสร้างของหนี้บ้านเราก่อนนะครับว่า โดยปรกติแล้วหนี้ที่เราไปกู้ธนาคารมาเนี่ยเขามีลักษณะการคิดดอกเบี้ยอย่างไรบ้าง
โดยปรกติแล้วสินเชื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารพาณิชย์แต่ละที่จะมีการกำหนดอัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อนั้นๆเป็นสองลักษณะใหญ่ๆครับคือ
1.ดอกเบี้ยเงินกู้แบบคงที่ (Fixed Rate)
อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่หมายความว่าอัตราดอกเบี้ยจะคงที่ไว้ตามที่เราได้ตกลงกับธนาคารที่ปล่อยสินเชื่อนั้นๆ เช่นถ้าเราตกลงว่าเราจะขอกู้ในอัตราดอกเบี้ยคงที่ 5% ในช่วง 3 ปีแรกเราก็จะได้ดอกเบี้ยตามที่ตกลงไว้ครับ ทางธนาคารจะไม่สามารถเรียกเก็บอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าที่ตกลงกับเราไว้ได้
2 ดอกเบี้ยเงินกู้แบบลอยตัว ( Floating Rate )
อัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัวหมายความว่า ดอกเบี้ยสินเชื่อของเราจะเปลี่ยนแปลงไปตามที่สถาบันการเงินกำหนดครับ โดยอัตราดอกเบี้ยในส่วนนี้สถาบันการเงินจะออกมากำหนดเป็นงวดๆแล้วแต่นโยบายในแต่ละช่วงครับ โดยจะอ้างอิงตามค่า MRR , MOR , MLR ในแต่ละช่วงเวลา

โดยปรกติการที่เราาไปกู้สินเชื่ที่อยู่อาศัย ทางธนาคารส่วนมากจะกำหนดอัตราดอกเบี้ยในช่วง 1 3 ปีแรกเป็นแบบคงที่ Fixrate ครับและที่สำคัญเป็นอัตราดอกเบี้ยที่ค่อนข้างจะต่ำด้วยครับเช่น คิดคงที่ 3 ปีแรก 5 % และในปีที่ 3 เป็นต้นไปดอกเบี้ยสินเชื่อของเราก็จะปรับเป็นแบบลอยตัวตามค่า MRR , MLR และ MOR ตามที่ธนาคารกำหนดในช่วงนั้นๆครับ
ดังนั้นเห็นไหมครับว่า MRR MLR MOR เป็นตัวกำหนดอัตราดอกเบี้ยของเราเลยครับว่าเราจะต้องจ่ายดอกเบี้ยแพงหรือถูก

MLR (Minimum Loan Rate)
หมายถึงอัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารพาณิชย์เรียกเก็บจากลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี เช่น มีประวัติการเงินที่ดี มีหลักทรัพย์ค้ำประกันอย่างเพียงพอ โดยส่วนใหญ่ใช้กับเงินกู้ระยะยาวที่มีกำหนดระยะเวลาที่แน่นอน เช่น สินเชื่อเพื่อการประกอบธุรกิจ
MOR (Minimum Overdraft Rate)
หมายถึงอัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารพาณิชย์เรียกเก็บจากลูกค้ารายใหญ่ชั้นดีประเภทวงเงินเบิกเกินบัญชี

MRR (Minimum Retail Rate)
หมายถึงอัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารพาณิชย์เรียกเก็บจากลูกค้ารายย่อยชั้นดี เช่น สินเชื่อส่วนบุคคล, สินเชื่อที่อยู่อาศัย

โดยทั่วไป อัตราดอกเบี้ย MRR จะสูงกว่า MOR และ อัตราดอกเบี้ย MOR จะสูงกว่า MLR ซึ่งส่วนต่างระหว่างอัตราดอกเบี้ย MRR และ MLR เป็นตัวสะท้อนระดับความเสี่ยงที่ต่างกันระหว่างลูกค้ารายใหญ่และรายย่อย

ยกตัวอย่างเช่น ธนาคารกำหนดว่า อัตราดอกเบี้ยของเราจะคงที่ 4% ในช่วง 3 ปีแรก และในปีที่ 4 อัตราดอกเบี้ยจะเป็น MRR 2 หมายความว่าเราต้องไปดูว่าช่วงนั้น MRR ของธนาคารที่เราขอสินเชื่อเป็นเท่าไร (ถ้าเกิดว่าสมมุติ MRR = 7 ) หมายความว่าดอกเบี้ยที่เราต้องจ่ายในปีที่ 4 จะเป็น 7 2 = 5% ต่อปีครับ ซึ่งในแต่ละช่วง MRR จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆนะครับแล้วแต่นโยบายของธนาคาแห่งประเทศไทย
โดยอัตราของ MRR , MOR และ MLR จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดครับขึ้นอยู่กับช่วงเวลาและนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยครับ และที่สำคัญ MRR MOR และ MLR ของแต่ละธนาคารจะไม่เท่ากันนะครับ ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละธนาคาร เราในฐานะผู้บริโภคควรศึกษาข้อมูล และ รายละเอียดให้รอบคอบก่อนการขอสินเชื่อนะครับ
………………………………………………
ติดต่องาน
Mail: gurulivingth@gmail.com
website: https://gurulivingth.com/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCSqymhgsUgVLaQNF6L5gg
Facebook: https://www.facebook.com/gurulivingth/
………………………………………………

See also  IC Plain หมวดที่ 3 บทที่ 5 : Smart Wealth อ.ยีน EP.14 | ตั๋วเงินคลัง คือ

mrr mlr ดอกเบี้ยบ้าน สินเชื่อที่อยู่อาศัย mrrคือ mlrคือ morคือ mrrแต่ละธนาคาร mrr2563 mrr2562 mlrแต่ละธนาคาร mlr2563 ดอกเบี้ยบ้าน2563 กู้ซื้อบ้าน

อัตราดอกเบี้ยบ้าน MRR MLR MOR คืออะไร เกี่ยวข้องยังไงกับคนที่จะกู้ซื้อบ้าน ? | Guru Living

ปี 2564 ธนาคารไหนดอกเบี้ยบ้านต่ำที่สุด จะซื้อบ้านต้องดู!! อัพเดทดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน 7 ธนาคาร


ปี 2564 ธนาคารไหนดอกเบี้ยบ้านต่ำที่สุด จะซื้อบ้านต้องดู!! อัพเดทดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน 7 ธนาคาร
จนมาถึงต้นปี 2564 นี้ครับอัตราดอกเบี้ยบ้านโดยเฉลี่ยของทั้งตลาดก็ยังคงอยู่ในอัตราที่ไม่สูงมากครับ ดังนั้นครับในช่วงต้นปีนี้ (ก่อนที่ดอกเบี้ยจะปรับตัวขึ้นนะครับ) สำหรับคนที่วางแผน มีการเตรียมพร้อมสำหรับการซื้อบ้านอยู่แล้วผมเชื่อว่าต้นปีนี้เป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่ดีมากๆที่เราจะซื้อบ้านเลยครับ

และผมเสริมให้อีกนิดนึงนะครับปี 2564 นี้รัฐบาลได้มีประกาศลดค่าโอนค่าจดจำนองจองต่อีกในปี 2564 นี้ครับ
https://youtu.be/JarWd5G08NQ

สินเชื่อบ้านธนาคารออมสิน
ระยะเวลาขอ 30/04/2564
อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปี = 2.68%
MRR = 6.245%
ระยะเวลากู้ 40 ปี
วงเงินกู้สูงสุด 100%
กรณีซื้อบ้านใหม่ / ปลูกสร้าง

ธนาคารธอส
โครงการสินเชื่อบ้านคนละหลัง
ระยะเวลาขอ 30/06/2564
อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปี = 2.75%
MRR = 6.15%
ระยะเวลากู้ 40 ปี
วงเงินกู้สูงสุด 100% (ไม่เกิน สองล้าน)

ธนาคารกรุงไทย
สินเชื่อบ้านธนาคารกรุงไทย
ระยะเวลาขอ 31/03/2564
อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปี = 2.73%
MRR = 6.22%
ระยะเวลากู้ 30 ปี
วงเงินกู้สูงสุด 100%
ดอกเบี้ยปีแรกเริ่มต้น 0.64% ต่อปี

ธนาคารกรุงศรี
สินเชื่อบ้านกรุงศรีเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย
ระยะเวลาขอ 31/03/2564
อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปี = 3.52%
MRR = 6.05%
ระยะเวลากู้ 30 ปี
วงเงินกู้สูงสุด 90%
สินเชื่อบ้านกรุงศรีเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย ราคามากกว่า 5 ล้าน

ธนาคารกสิกร
อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปี = 5.2%
MRR = 5.97
ระยะเวลากู้ 30. ปี
วงเงินกู้สูงสุด 90%
กรณีกู้ซื้อบ้านใหม่หรือบ้านมือสอง หรือ ปลูกสร้างบ้านเ

ธนาคารกรุงเทพ
สินเชื่อบ้านบัวหลวง
ระยะเวลาขอ 31/03/2564
อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปี = 3.83%
MRR = 5.75%
ระยะเวลากู้ 35 ปี
วงเงินกู้สูงสุด 95%
วงเงินตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป แต่ไม่เกิน 5 ล้านบาท

สินเชื่อบ้านธนาคารไทยพาณิชย์
ระยะเวลาขอ 31/03/2564
อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปี =5.995%
MRR = 5.995%
ระยะเวลากู้ 30 ปี
วงเงินกู้สูงสุด 100%

และสำหรับคนที่กำลังวางแผนจะซื้อบ้านนะครับผมได้ทำคลิปเกี่ยวกับการวางแผนสำหรับคนที่กำลังจะกู้ซื้อบ้านว่า เราควรจะต้องวางแผนยังไง เตรียมความพร้อมยังไง จัดสรรเรื่องการเงินยังไง ให้ยื่นกู้แล้วผ่านชัวๆ ผมได้ทำสรุปไว้ในคลิป vdo แล้วนะครับ
กู้บ้าน ยังไงให้ผ่านผ่าน 100% เคล็ดลับการขอสินเชื่อบ้านกับธนาคารที่ควรต้องรู้ !
https://youtu.be/vWHsv3dwfQ

เพิ่มเติมนิดนึงสำหรับคนที่เพิ่งเข้ามาดูและยังไม่ทราบว่า รีไฟแนนซ์บ้าน คืออะไร ทำไมพอผ่อนบ้านไปครบ 3 ปี ถึงต้องรีไฟแนนซ์ผมทำคลิปอธิบายไว้อย่างละเอียดเลยนะครับสามารถเข้าไปดูได้ที่

รีไฟแนนซ์บ้านคืออะไร ทำไมผ่อนบ้านครบ 3 ปีต้อง Refinance
https://youtu.be/NsI2IwVv8g0

น่าจะเป็นประมานนี้นะครับสำหรับคนที่กำลังมองหาธนาคารเพื่อที่จะไปกู้ซื้อบ้าน แต่เลือกไม่ถูกว่าจะกู้ธนาคารไหนดีหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคลิปนี้จะช่วยเป็นตัวเลือกให้ทุกๆคนตัดสินใจได้ดีขึ้นนะครับ
แต่สุดท้ายที่เราจะจากกันไปผมอยากจะฝากทุกๆคนไว้นิดนึงนะครับว่า ถึงแม้ว่าช่วงนี้จะเป็นช่วงต้นปี 2564 ยังคงเป็น Golden Peroid ที่ทุกอย่างมันดูเหมือนจะน่าซื้อ น่าลงทุนไปหมด แต่สิ่งหนึ่งที่ผมย้ำเสมอและผมเชื่อว่ามันสำคัญมากๆคือ
“เราต้องประเมินความเสี่ยง” ที่อาจจะเกิดขึ้นในชีวิตเราไว้ด้วยนะครับ แน่นอนว่าวันนี้บ้าน คอนโดเขาลดราคา วันนี้อัตราดอกเบี้ยมันถูก แต่ถ้าสถานะทางการเงินเรายังไม่พร้อม หรือ เรายังไม่จำเป็นที่ต้องซื้อ ผมก็คิดว่าเราไม่ควรห่วงเรื่องส่วนลด เรื่องโปรโมชั่น จนลืมตรวจสอบความจำเป็นและความพร้อมของตัวเรานะครับ เพราะสุดท้ายแล้วถ้าเราตัดสินใจโดยขาดการไตร่ตรอง และ วางแผน การซื้อบ้านของเรามันจะกลับมาสร้างเป็นปัฐหาที่ใหญ่และปวดหัวให้เรามากๆเลยครับ

สินเชื่อบ้าน สินเชื่อบ้าน2564 ดอกเบี้ยบ้าน2564 ซื้อบ้าน2564 สินเชื่อบ้านธนาคารออมสิน สินเชื่อบ้านธอส สินเชื่อบ้านกสิกร สินเชื่อบ้านกรุงไทย สินเชื่อบ้านกรุงศรี สินเชื่อบ้านไทยพาณิชย์ สินเชื่อบ้านบัวหลวง

ปี 2564 ธนาคารไหนดอกเบี้ยบ้านต่ำที่สุด จะซื้อบ้านต้องดู!! อัพเดทดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน 7 ธนาคาร

รีไฟแนนซ์บ้าน vs ขอลดดอกเบี้ย | ผ่อนบ้านครบ 3 ปีเลือกแบบไหนคุ้มสุด ผ่อนบ้านต้องดู


รีไฟแนนซ์บ้าน vs ขอลดดอกเบี้ย | ผ่อนบ้านครบ 3 ปีเลือกแบบไหนคุ้มสุด ผ่อนบ้านต้องดู
สวัสดีครับผม วิน Guru Living ครับ วันนี้ผมจะคุยกับหัวข้อที่ได้รับความสนใจมากๆและผมเชื่อว่าเป็นปัญหาของหลายๆคนเลยนะครับ นั่นคือเมื่อเราผ่อนบ้านไปครบ 3 ปีแล้วเราควรที่จะไปรีไฟแนนซ์กับธนาคารใหม่เลยดีไหม หรือจะขอ retention หรือที่เรียกว่าขอลดดอกเบี้ยกับธนาคารเดิมต่อ ดีหรือเปล่า มันมีหลักการคิดหลักการดูยังไงบ้างแล้ว 2 แบบนี้มันแตกต่างกันยังไงบ้างเดี๋ยววันนี้ผมจะมาเล่าให้ฟังครับ
ผมขอปูพื้นฐานให้สำหรับคนที่เพิ่งมาดูคลิปนี้คลิปแรกฟังนิดนึงก่อนนะครับ โดยปกติแล้วครับอัตราดอกเบี้ยบ้านเนี่ยเขาจะถูกในช่วง 3 ปีแรกเท่านั้นครับ 3 ปีแรกเนี่ยถ้าเอาราคาตลาดณเวลานี้นะครับจะอยู่ที่ประมาณ 34 % ต่อปีครับ แล้วพอพ้นจากปีที่ 3 เป็นอัตราดอกเบี้ยก็จะลอยตัวแล้วครับเป็น mrr เท่าไหร่ก็ว่ากันไปครับแต่โดนค่าเฉลี่ยแล้วก็จะอยู่ที่ประมาณ 6% ต่อปี
ดังนั้นครับสำคัญมากๆเลยนะฮะทุกคนที่ผ่อนบ้านครบ 3 ปีแล้วควรจะต้องหาวิธีที่ทำให้อัตราดอกเบี้ยมันกลับมาถูกเหมือนในช่วง 3 ปีแรกครับซึ่งทั้งการรีไฟแนนซ์และการรีเทนชั่นที่เรากำลังคุยกันอยู่ในคลิปนี้ครับทั้งสองวิธีนี้ล้วนช่วยให้อัตราดอกเบี้ยกลับมาถูกลงทั้งคู่ครับ
รีไฟแนนซ์คืออะไร https://youtu.be/NsI2IwVv8g0
งั้นกลับมาที่คำถามของเรากันครับว่าแล้วตกลงรีไฟแนนซ์กับดีเทนชั่นเราควรเลือกอะไรดีทั้ง 2 อันนี้มีอะไรที่แตกต่างกันบ้างเดี๋ยวผมจะมาไล่ให้ฟังทีละข้อนะครับ
รีไฟแนนซ์บ้าน (Refinance)
รีไฟแนนซ์บ้านเป็นการย้ายสินเชื่อจากธนาคารเดิมไปธนาคารใหม่ครับ ซึ่งพอเราย้ายไปเริ่มต้นกับธนาคารใหม่เราจึงได้อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรกอยู่ในเรทราคาที่ต่ำครับซึ่งถ้าจะเอาราคาในตลาด ณ เวลานี้ครับก็อย่างที่บอกไปว่าอยู่ที่ประมาณ 3% เท่านั้นเองครับอัตราดอกเบี้ยถูกมากในช่วงนี้
ซึ่งแน่นอนครับว่าการขอสินเชื่อใหม่จะต้องมีกระบวนการยื่นเอกสารรายได้พร้อมกับ การตรวจสอบเครดิตทางการเงินเข้ามาไม่ได้ต่างอะไรกับการที่เราไปขอสินเชื่อบ้านตอนแรกเลยครับ
รีเทนชั่นบ้าน
แต่สำหรับการรีเทนชั่นนะครับรีเทนชั่นถ้าแปลเป็นไทยคือการขอลดดอกเบี้ยกับธนาคารเดิมครับซึ่งกระบวนการนี้จะแตกต่างจากการรีไฟแนนซ์นะครับคือเราไม่ต้องย้ายธนาคารเราทำกับธนาคารเดิมที่เราผ่อนอยู่เลยครับเพียงแค่แจ้งธนาคารว่าเราต้องการที่จะรีเทนชั่นหรือขอลดดอกเบี้ยเมื่อเราผ่อนครบ 3 ปีหรือแล้วแต่เงื่อนไขธนาคารกำหนดรับเขาก็จะลดอัตราดอกเบี้ยปรับลงมาให้เราครับ แต่ผมต้องบอกนะครับว่า อัตราดอกเบี้ยที่เขาจะลดมาให้เราเนี่ยจำไม่ได้ถูกเท่ากับในช่วง 3 ปีแรกครับโดยส่วนมากค่าเฉลี่ยนะครับธนาคารจะลดให้เหลืออยู่ที่ ประมาณ 45% ต่อปีครับ

See also  สอนอ่านกราฟหาจังหวะซื้อขายด้วย MACD และ RSI | วิธี การ อ่าน กราฟ แท่ง เทียน

ค่าใช้จ่าย รีไฟแนนซ์ vs รีเทนชั่น
แต่นอกเหนือจากอัตราดอกเบี้ยแล้วมันยังมีปัจจัยอื่นที่ต้องพิจารณาประกอบด้วยนะครับการที่เราจะเลือกว่าจะ refinance ดีหรือรีเทนชั่นดี ปัจจัยที่ว่านั่นคือค่าใช้จ่ายครับเป็นอีกปัจจัยหลักที่ผมคิดว่าทุกคนควรจะเอามาประกอบการตัดสินใจเหมือนกันครับ
ค่าใช้จ่ายรีไฟแนนซ์
ค่าประเมินราคาทรัพย์ ประมาณ 35 พันบาท
ค่าจดจำนอง จ่ายให้กรมที่ดิน 1% ของวงเงินกู้
ค่าอากรแสตมป์ 0.05% ของวงเงิน
ค่าธรรมเนียมอื่นๆ ของธนาคาร เช่น
ค่าธรรมเนียมสินเชื่อ
ประกันอัคคีภัย

แต่การรีเทนชั่นคับ ใช้จ่ายจะน้อยกว่านั้นมากครับโดยส่วนมากจะคิดเป็นประมาณนะครับ 12 เปอร์เซ็นต์ของยอดวงเงินกู้คงเหลือหรือบางธนาคารไม่มีค่าธรรมเนียมตรงนี้ก็มีเหมือนกันนะครับ

ดังนั้นถ้าจะสรุปง่ายๆนะครับโดยส่วนมากแล้วการรีไฟแนนซ์จะมีค่าใช้จ่ายที่มากกว่าการรีเทนชั่นนะครับ ซึ่งก็ต้องเอาเป็นอีกหนึ่งปัจจัยในการพิจารณาด้วยนะครับ

สรุป รีไฟแนนซ์ vs รีเทนชั่น
ดังนั้นเรามาสรุปกันครับว่าตกลงแล้วเราควรรีไฟแนนซ์หรือรีเทนชั่นดีจะเอาเกณฑ์อะไรเป็นตัวพิจารณา
1.เครดิตทางการเงิน
ดูสถานะทางการเงินของเราตอนนี้ครับว่าวันนี้เรามีเครดิตทางการเงินดีเพียงพอที่จะไปยื่นกู้ขอสินเชื่อใหม่หรือเปล่าดูง่ายครับว่าวันนี้สัดส่วนหนี้สินต่อรายได้ของเราอยู่ที่เท่าไหร่แล้ว
หรือวันนี้รายได้ของเรามีความมั่นคงมากพอจะขอสินเชื่อหรือเปล่า
การ refinance ครับ ครับสำหรับพนักงานประจำหรือคนที่มีเงินเดือนผมคิดว่าไม่น่าจะติดปัญหาอะไรครับที่จะมีปัญหาส่วนมากน่าจะเป็นพวกกลุ่มอาชีพอิสระผู้ประกอบการที่ บางจังหวะบางช่วงเวลาเครดิตทางการเงินไม่ดีแบบนี้ครับการรีไฟแนนซ์อาจจะทำได้ยากก็อาจจะต้องมาเลือกเป็นรีเซฟชั่นแทน เพราะไม่ต้องมีการยื่นเอกสารอะไรแค่ทำเรื่องเข้าไปที่ธนาคารเดิมก็จบแล้ว

2.ดูค่าใช้จ่าย
เรื่องนี้สำคัญมากนะครับเรื่องเงินเงินทองทองผมคิดว่าเราควรจะใช้อารมณ์ในการตัดสินใจให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ครับเวลาพูดถึงเรื่องรายจ่ายหรือตัวเลขครับอยากให้เราคำนวณออกมาชัดๆแล้วมาเปรียบเทียบกันเลยครับว่าระหว่างการรีไฟแนนซ์มีค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเท่านี้และการรีเทนชั่นมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเท่านี้ และจะประหยัดดอกเบี้ยได้เท่านี้บาทเนี่ยครับอยากให้คำนวณออกมาเลย เดี๋ยวผมสัญญานะครับว่าในคลิปถัดไปเนี่ยเดี๋ยวผมจะคำนวณเป็นตัวเลขออกมาให้ดูทั้งสองแบบเลยว่าตกลงแล้วแบบไหนมันประหยัดดอกเบี้ยไปได้เท่าไหร่นะครับขอติดไว้ก่อน แต่ว่าถ้าใครคำนวณเป็นอยู่แล้วก็ลองคำนวณ เพื่อประกอบการพิจารณาได้เลยนะครับ

ดังนั้นทั้งหมดนี้นะครับก็เป็นความแตกต่างระหว่างการรีไฟแนนซ์และการ retention ที่เอามาเล่าให้ทุกคนฟังกันนะครับก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์และนำไปใช้กันได้นะครับซึ่งจริงทั้ง 2 วิธีครับมันคือการลดอัตราดอกเบี้ยอย่างที่ผมบอกไปแล้วนะแต่นะครับมันก็ยังมีวิธีนะครับที่ช่วยทำให้เราประหยัดดอกเบี้ยได้มากขึ้นและผ่อนบ้านได้เร็วขึ้นด้วยนะครับซึ่งในที่นี้ครับผมเคยทำคลิปไว้แล้ว
เทคนิคผ่อนบ้าน ให้หนี้หมดเร็วขึ้น 10 ปี ประหยัดดอกเบี้ยเป็นล้าน!!
https://youtu.be/UdUpk9sNPOk

รีไฟแนนซ์บ้าน รีเทนชั่น ผ่อนบ้าน ดอกเบี้ยบ้าน ลดดอกเบี้ยบ้าน ดอกเบี้ย

รีไฟแนนซ์บ้าน vs ขอลดดอกเบี้ย | ผ่อนบ้านครบ 3 ปีเลือกแบบไหนคุ้มสุด ผ่อนบ้านต้องดู

นอกจากการดูหัวข้อนี้แล้ว คุณยังสามารถเข้าถึงบทวิจารณ์ดีๆ อื่นๆ อีกมากมายได้ที่นี่: ดูวิธีอื่นๆWiki

Leave a Reply

Your email address will not be published.