เงินเดือนเท่าไหร่ ถึงจะกู้บ้านได้ .


นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูความรู้เพิ่มเติมที่นี่

Proball ถาม ธอสตอบ EP..5
เงินเดือนเท่าไหร่ ถึงจะกู้บ้านได้ ..
วันนี้Proball. จัดให้ ….
ฝากกด Like กดแชร์. เป็นกำลังใจ ให้ผมหน่อยนะครับ

เงินเดือนเท่าไหร่ ถึงจะกู้บ้านได้ .

กู้เงินเพิ่ม ตอนรีไฟแนนซ์บ้านทำได้จริงไหม ดอกเบี้ยแพงไหม?


กู้เงินเพิ่ม ตอนรีไฟแนนซ์บ้านทำได้จริงไหม ดอกเบี้ยแพงไหม?
จากภาพในโพสนี้ที่ผมอยากจะยกมาให้ทุกคนดูเป็นตัวอย่างครับว่า การที่เรารีไฟแนนซ์บ้านเราสามารถกู้วงเงินบางส่วนออกมาได้ครับ
แต่ขอปูพื้นฐานสำหรับคนที่เพิ่งจะมาเห็นโพสนี้ครั้งแรกนะครับบางคนอาจจะยังไม่ทราบว่ารีไฟแนนซ์บ้านคืออะไร?
การรีไฟแนนซ์บ้านคือการ ขอสินเชื่อใหม่กับธนาคารใหม่ครับ อ้าวแล้วทำไมผ่อนกับธนาคารเดิมอยู่ดีๆทำไมต้องย้ายธนาคารด้วยหละ คือแบบนี้ครับโดยปกติแล้วอัตราดอกเบี้ยบ้าน เขาจะถูกในช่วง 3 ปีแรก ซึ่งโดยค่าเฉลี่ยของตอนนี้นะครับ 3 ปีแรกก็จะตกอยู่ที่ 3 เปอร์เซ็นต์ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ครับ ละครจบปีที่ 3 เนี่ยดอกเบี้ยก็จะลอยตัวขึ้นครับเป็น mrr เท่าไหร่ก็ว่ากันไป เท่าไหร่ก็ว่ากันไป ดอกเบี้ยจะขึ้นไปอยู่ประมาน 56% ต่อปีครับ ดังนั้นการรีไฟแนนซ์คือการไปขอสินเชื่อกับธนาคารใหม่เพื่อที่จะได้กลับมาได้อัตราดอกเบี้ยถูกๆในช่วง 3 ปีแรกเหมือนเดิมครับ ซึ่งการ refinance เนี่ยจะเป็นการที่ทำให้เราประหยัดดอกเบี้ยไปได้หลักหลายแสนหลักล้านบาทเลยนะครับและที่สำคัญครับยังช่วยให้เราผ่อนบ้านหมดเร็วขึ้นด้วย
ซึ่งตรงนี้ผมขออธิบายเร็วๆแค่นี้แล้วกันนะครับผมได้เคยทำคลิปอธิบายเกี่ยวกับเรื่องการรีไฟแนนซ์ไว้แล้วอย่างละเอียดนะครับอยู่ในช่อง YouTube Channel นี้ถ้าเกิดว่าใครยังไม่ได้ดูนะครับสามารถกดด้านบนนี้นะครับเพื่อเข้าไปดูได้
รีไฟแนนซ์บ้านสรุปจบในคลิปเดียว
https://youtu.be/NsI2IwVv8g0

อะกลับมาเรื่องของเราครับ พอเราผ่อนครบ 3 ปรเนี่ย เงินต้นของบ้านที่เราผ่อนก็จะลดลงไปบ้างแล้วใช่ไหมครับ นั่นแหละครับเราสามารถเอาเงินส่วนต่างตรงนี้ออกมาได้ครับเวลาเรารีไฟแนนซ์ (ถ้าไม่จำเป็นไม่ต้องเอาออกมาก็ได้นะครับ)

วัตุประสงค์ของเงินก้อนที่เรากู้แยกออกมาจริงๆก็สามารถเอาไปใช้ได้ในหลากหลายวัตถุประสงค์ครับเช่น
ตกแต่งต่อเติมบ้าน , ปิดหนี้บัตรเครดิต,สินเชื่อส่วนบุคคลดอกแพงๆ ,หมุนเวียนธุรกิจ เงินก้อนเพิ่มสภาพคล่อง
,หรือจ่ายค่าใช้จ่ายจำเป็นอื่นๆ
แต่อักเรื่องที่อยากให้ทุกคนทราบไว้นะครับคือดอกเบี้ยของเงินก้อนที่เรากู้ออกมาอาตจะไม่เท่ากับส่วนของการรีไฟแนนซ์บ้าน นะครับ อาจจะได้ดอกเบี้ยเป็น 47 แล้วแต่นโยบายของแต่ละธนาคาร
ซึ่งแน่นอนครับการที่เรากู้เงินก้อนออกมาได้ ในช่วงที่เรารีไฟแนนซ์ข้อดีคือเราได้แหล่งเงินที่ดอกเบี้ยไม่แพงมากครับแต่ก็มีสิ่งที่อยากให้ระมัดระวังเหมือนกันครับคือ
หนี้มากขึ้น คุณควรจะจำเป็นถึงจะกู้
ระยะเวลาผ่อนอาจนานขึ้น
จ่ายดอกเบี้ยเยอะขึ้น
ดังนั้นก่อนจะกู้เอาวงเงินเกินออกมาอยากให้เพ่อนๆทุกคนคืดกันให้ดีๆนะครับ

รีไฟแนนซ์เพิ่มวงเงิน รีไฟแนนซ์บ้าน รีไฟแนนซ์ รีไฟแนนซ์เพิ่มวงเงิน กู้เงิน

กู้เงินเพิ่ม ตอนรีไฟแนนซ์บ้านทำได้จริงไหม ดอกเบี้ยแพงไหม?

(รีวิว)สินเชื่อสร้างบ้านธนาคาร ธอส 2564 | สินเชื่อสร้างบ้านสมใจ


(รีวิว)สินเชื่อสร้างบ้านธนาคาร ธอส 2564 \”สินเชื่อสร้างบ้านสมใจ\”
https://www.ghbank.co.th/productdetail/baankhonlalung64
ก่อนที่เราจะไปคุยกันถึงตัว Product กันครับผมขอย้อน Time line เหตุการณ์ให้ฟังสักนิดนะครับ คือตั้งแต่ต้นปี 2563 มาจนถึงต้นปี 2564
ก็อย่างที่ทุกคนทราบนะครับว่าเศรษกิจของประเทศและทั้งโลกกำลังประสบปัญหากันอย่างหนักหน่วงจริงๆครับ เนื่องจากวิกฤติ Covid 19 ที่ส่งผลกระทบภาคเศรษกิจทั้งระบบ และนั่นรวมไปถึงทำให้ภาค อสังหา และ การเงินก็ได้รับผลกระทบหนักมากเช่นกันครับ ซึ่งถ้าใครติดตามข่าวอยู่ก็น่าจะพอทราบกันว่า อัตราดอกเบี้ยในปีนี้ ลงมาเยอะมากก ตั้งแต่ช่วงต้นปีครับ ลดกันทุกธนาคาร ทั้งค่า MRR , MLR, MOR ซึ่งตรงนี้ผมขอเพิ่มเติมนิดนึงนะครับ สำหรับใครที่ยังไม่ทราบว่า ทั้งสามตัวนี้คืออะไร เกี้ยวยังไงกับคนที่จะซื้อบ้าน สามารถเข้าไปดูในลิ้ง
อัตราดอกเบี้ยบ้าน MRR MLR MOR คืออะไร
https://youtu.be/OBOLLWAmXiw

ดังนั้นจนมาถึงต้นปี 2564 นี้ครับอัตราดอกเบี้ยบ้านโดยเฉลี่ยของทั้งตลาดก็ยังคงอยู่ในอัตราที่ไม่สูงมากครับ ดังนั้นครับในช่วงต้นปีนี้ (ก่อนที่ดอกเบี้ยจะปรับตัวขึ้นนะครับ) สำหรับคนที่วางแผน มีการเตรียมพร้อมสำหรับการซื้อบ้านอยู่แล้วผมเชื่อว่าต้นปีนี้เป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่ดีมากๆที่เราจะซื้อบ้านเลยครับ
แต่ก่อนที่จะไปพูดต่อนะครับผมมีอีก 1 VDO ที่คิดว่าน่าจะมีประโยชน์ให้กับเพื่อนๆครับ คือผมเคยได้ Live สรุปภาพรวมตลาดอสังในปี 2020 และ วิเคราะห์ว่าสำหรับคนที่จะซื้อบ้านในปี 2021 มีอะไรต้องรู้บ้างถ้าใครสนใจสามารถเข้าไปดูต่อได้ที่

(Live) 2021 ปีทองของคนซื้อบ้าน?| จะซื้อบ้านปี 2021 ดีไหม?
https://youtu.be/r0f5vB2F4vs

โครงการสินเชื่อปี 2564 สินเชื่อสร้างบ้านสมใจ
ระยะเวลาขอสินเชื่อ ยื่นคำขอกู้และอนุมัติตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม 2564 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2564
ทำนิติกรรมภายในวันที่ 30 กรกฎาคม 2564
วัตถุประสงค์ของสินเชื่อตัวนี้ครับ
(1) เพื่อปลูกสร้างอาคาร
(2) เพื่อซื้อที่ดินพร้อมปลูกสร้างอาคาร
(3) เพื่อต่อเติม หรือขยาย หรือซ่อมแซมอาคาร
(4) เพื่อไถ่ถอนจำนองที่ดินเปล่าจากสถาบันการเงินอื่นพร้อมปลูกสร้างอาคาร
(5) เพื่อไถ่ถอนจำนองที่ดินพร้อมอาคารจากสถาบันการเงินอื่น และปลูกสร้างอาคาร หรือต่อเติม / ขยาย / ซ่อมแซมอาคาร
(6) เพื่อซื้อหรือจัดให้มีอุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวเนื่องเพื่อประโยชน์ในการอยู่อาศัย พร้อมกับ วัตถุประสงค์การขอกู้ตามข้อ (1) ถึงข้อ (5) และ ข้อ (7) เท่านั้น
(7) กู้เพิ่ม เพื่อปลูกสร้าง / ต่อเติม / ขยาย / ซ่อมแซมอาคาร
หมายเหตุ
นิยามคำว่า “อาคาร” หมายถึง บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวเฮ้าส์ และอาคารพาณิชย์เพื่อที่อยู่อาศัย ยกเว้นบ้านเช่าและแฟลต

วงเงิน
วงเงินให้กู้ตามเกณฑ์หลักประกัน และตามเกณฑ์รายได้เป็นไปตามระเบียบปฏิบัติงานสินเชื่อของธนาคาร
ระยะเวลาผ่อน
ไม่น้อยกว่า 3 ปี 6 เดือน และไม่เกิน 40 ปี โดยอายุผู้กู้รวมกับระยะเวลาที่ขอกู้ต้องไม่เกิน 70 ปี ยกเว้น กรณีข้าราชการตุลาการ อัยการ หรืออื่น ๆ ที่มีอายุเกษียณมากกว่า 60 ปี ให้ใช้อายุผู้กู้เมื่อรวมกับระยะเวลาที่ขอกู้ต้องไม่เกิน 75 ปี
คุณสมบัติ
1. เป็นลูกค้ารายย่อยทั่วไป
2. เป็นลูกค้าสวัสดิการไม่มีเงินฝาก

MRR ธนาคาร ธอส ล่าสุด 6.15% ต่อปี ( update วันที่ 4/01/2564)
อัตราดอกเบี้ย
ปีที่ 1 แบบ คงที่ อยู่ที่ 3.15 % ต่อปี
ปีที่ 2 แบบ ลอยตัว อยู่ที่ MRR 2.75% ต่อปี
ปีที่ 3 แบบ ลอยตัว อยู่ที่ MRR 2.35% ต่อปี
ปีที่ 4 เป็นต้นไป จะลอยตัว MRR0.5% ต่อปี
เฉลี่ยอัตราดอกเบี้ย 3 ปี อยู่ที่ 3.45% ต่อปี ครับ

ค่าธรรมเนียม
ได้รับสิทธิฟรีค่าธรรมเนียม ดังนี้
1. ค่าธรรมเนียมการยื่นกู้ร้อยละ 0.1 ของวงเงินกู้
2. ค่าประเมินราคาหลักประกัน (1,900 2,300 บาท)
3. ค่าจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม (ไม่เกิน 1,000 บาทต่อราย)
ถ้าใครสนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ website ธนาคาร ธอส
https://www.ghbank.co.th/productdetail/baankhonlalung64

และสำหรับคนที่กำลังวางแผนจะซื้อบ้านนะครับผมได้ทำคลิปเกี่ยวกับการวางแผนสำหรับคนที่กำลังจะกู้ซื้อบ้านว่า เราควรจะต้องวางแผนยังไง เตรียมความพร้อมยังไง จัดสรรเรื่องการเงินยังไง ให้ยื่นกู้แล้วผ่านชัวๆ ผมได้ทำสรุปไว้ในคลิป vdo แล้วนะครับ
กู้บ้าน ยังไงให้ผ่านผ่าน 100% เคล็ดลับการขอสินเชื่อบ้านกับธนาคารที่ควรต้องรู้ !
https://youtu.be/vWHsv3dwfQ

เพิ่มเติมนิดนึงสำหรับคนที่เพิ่งเข้ามาดูและยังไม่ทราบว่า รีไฟแนนซ์บ้าน คืออะไร ทำไมพอผ่อนบ้านไปครบ 3 ปี ถึงต้องรีไฟแนนซ์ผมทำคลิปอธิบายไว้อย่างละเอียดเลยนะครับสามารถเข้าไปดูได้ที่

รีไฟแนนซ์บ้านคืออะไร ทำไมผ่อนบ้านครบ 3 ปีต้อง Refinance
https://youtu.be/NsI2IwVv8g0

น่าจะเป็นประมานนี้นะครับสำหรับคนที่กำลังมองหาธนาคารเพื่อที่จะไปกู้ซื้อบ้าน แต่เลือกไม่ถูกว่าจะกู้ธนาคารไหนดีหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคลิปนี้จะช่วยเป็นตัวเลือกให้ทุกๆคนตัดสินใจได้ดีขึ้นนะครับ แต่สุดท้ายที่เราจะจากกันไปผมอยากจะฝากทุกๆคนไว้นิดนึงนะครับว่า ถึงแม้ว่าช่วงนี้จะเป็นช่วงต้นปี 2564 ยังคงเป็น Golden Peroid ที่ทุกอย่างมันดูเหมือนจะน่าซื้อ น่าลงทุนไปหมด แต่สิ่งหนึ่งที่ผมย้ำเสมอและผมเชื่อว่ามันสำคัญมากๆคือ
“เราต้องประเมินความเสี่ยง” ที่อาจจะเกิดขึ้นในชีวิตเราไว้ด้วยนะครับ แน่นอนว่าวันนี้บ้าน คอนโดเขาลดราคา วันนี้อัตราดอกเบี้ยมันถูก แต่ถ้าสถานะทางการเงินเรายังไม่พร้อม หรือ เรายังไม่จำเป็นที่ต้องซื้อ ผมก็คิดว่าเราไม่ควรห่วงเรื่องส่วนลด เรื่องโปรโมชั่น จนลืมตรวจสอบความจำเป็นและความพร้อมของตัวเรานะครับ เพราะสุดท้ายแล้วถ้าเราตัดสินใจโดยขาดการไตร่ตรอง และ วางแผน การซื้อบ้านของเรามันจะกลับมาสร้างเป็นปัฐหาที่ใหญ่และปวดหัวให้เรามากๆเลยครับ

สินเชื่อสร้างบ้าน สินเชื่อบ้าน2564 สินเชื่อบ้านธอส ธนาคารอาคารสงเคราะห์ สินเชื่อบ้านธอส2564 สินเชื่อบ้าน ธอสสินเชื่อบ้าน GHB ดอกเบี้ยบ้านธอส กู้บ้านธอส

(รีวิว)สินเชื่อสร้างบ้านธนาคาร ธอส 2564  | สินเชื่อสร้างบ้านสมใจ

เงินเดือนเท่านี้ กู้ซื้อบ้านได้กี่ล้านบาท ? | ธนาคารเขาคิดยังไง | ค่า DSR คืออะไร ?


เงินเดือนเท่านี้ กู้ซื้อบ้านได้กี่ล้านบาท ? | ธนาคารเขาคิดยังไง | ค่า DSR คืออะไร ?

ก่อนอื่นเลยการที่เราจะไปขอสินเชื่อแบงค์ รู้ไหมครับว่าธนาคารเขากลัวอะไรที่สุด สิ่งที่ธนาคารเขากังวลมากที่สุดคือ เราจะไม่คืนเงินเขา หรือ เราจะผ่อนหนี้ของเขาไม่ไหวครับ เพราะจริงๆแล้วถ้าเราผ่อนไม่ไหวสิ่งที่ธนาคารเขาต้องการจากเราจริงๆไม่ใช่ตัวบ้านนะครับ เขาต้องการเงินของเขาคืนครับ
เพราะฉะนั้น ธ จึงจำเป็นจะต้องกำหนดกฎเกณเบื้องต้น สำหรับเพื่อที่จะคัดกรองลูกค้าของเขาว่า ลูกค้าของเขามีความสามารถในการผ่อนไหม ลูกค้าของเขาจะคืนเงินเขาครบไหม ดังนั้นเกณแรกที่ ธ เขาจะดูนั่นก็คือเรามีภาระหนี้อยู่เท่าไร ?
คำว่ามีภาระหนี้อยู่เท่าไร ก็หมายความว่าสมมุติแต่ละเดือนเรามีรายได้เข้ามาเป็นเงินเดือนสักก้อนหนึ่ง ธ เขาก็จะดูว่าเรามีหนี้ตัวอื่นๆที่ต้องผ่อนอยู่ไหม ยกตัวอย่างเช่น หนี้รถยนต์ หนี้บัตรเครดิต หนี้สินเชื่อส่วนบุคคล ถ้ามีเขาก็จะเอาพวกรายจ่ายพวกนี้มาหักกับรายรับก่อน เหลือเท่าไรเขาถึงจะมาดูครับว่าเราจะสามารถผ่อนบ้านไหวในราคาเท่านี้บาท

แต่ก่อนหน้านั้นอยากให้ทุกคนรู้จักคำๆนึงที่ธนาคารเขาจะเอาไว้ใช้เป็นเกณนะครับ ธนาคารเขาจะใช้ค่า Debt Service Ratio(DSR) ค่านี้คือ สัดส่วนภาระหนี้ต่อรายได้ครับ DSR จะสามารถบอกถึงความสามารถของคุณในการชำระหนี้สินที่กู้ยืมมาว่าเรามีความสามารถในการผ่อนคืนธนาคารมากน้อยแค่ไหน โดย DSR เป็นตัวเลขทางการเงินที่สำคัญที่หลายประเทศในเอเชีย เช่น มาเลเซีย และสิงคโปร์ ได้นำมาใช้ประกอบการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน ไม่ให้สร้างภาระหนี้เกินความสามารถครับ
โดยจะมีสูตรคำนวนตามนี้ครับ

DSR = หนี้ปัจจุบันต่อเดือน / รายได้ทั้งหมดต่อเดือน X 100
ซึ่งถ้าตัวเลข DSR ของคุณสูงนั่นหมายความว่าคุณมีภาระต่อรายได้มากเกินไป ความสามารถในการกู้บ้านของคุณก็จะน้อยลงตามไปด้วยครับ

ธนาคารแห่งประเทศไทยเขาจึงกำหนดค่า DSR อยู่ที่ 40% ขึ้นมาเป็นค่ามาตราฐานครับ นั่นหมายความว่าถ้า กู้บ้านแล้วผ่อนธนาคารพอเอาเงินผ่อนมาใส่ในสูตร DSR ของเราจะต้องไม่เกิน 40% ครับ หรือ ถ้าพูดเป็นภาษาบ้านๆแบบให้เข้าใจง่ายๆคือ ถ้าเงินเดือน 100 บาท เราจะผ่อนบ้านได้ไม่เกิน 40 บาทครับ

ง่ายๆแค่นี้ดังผมจะคิดออกมาให้ดูคล่าวๆนะครับว่าเงินเดือนสักเท่านี้กู้บ้านได้กี่บาทถ้าเรายึดค่า DSR = 40% เราจะกู้บ้านได้ประมาณเท่าไร

วิธีคำนวนคือเราสามารถหาจำนวนเงินที่เราจะกู้ได้คล่าวโดยใช้สูตร

เงินที่เราสามารถกู้ได้ = (DSRxเงินเดือน) ภาระหนี้อื่นๆ x 150
ผมกำหนดให้อัตรดอกเบี้ยเฉลี่ยตลอดอายุสัญญาอยู่ที่ 6.5% และ DSR ที่เป็นค่ามาตราฐานของธนาคารเป็น 40% นะคับ

………………………………………………
ติดต่องาน
Mail: gurulivingth@gmail.com
website: https://gurulivingth.com/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCSqymhgsUgVLaQNF6L5gg
TikTok: https://vt.tiktok.com/ZSyvX4As/
Facebook: https://www.facebook.com/gurulivingth/
………………………………………………

ซื้อบ้าน กู้ซื้อบ้าน ผ่อนบ้าน guruliving

เงินเดือนเท่านี้ กู้ซื้อบ้านได้กี่ล้านบาท ? | ธนาคารเขาคิดยังไง | ค่า DSR คืออะไร ?

8 เหตุผลที่ทำให้ กู้บ้านไม่ผ่าน คืออะไร อยากกู้บ้านผ่านอย่าทำแบบนี้ ?


8 เหตุผลที่ทำให้ กู้บ้านไม่ผ่าน คืออะไร อยากกู้บ้านผ่านอย่าทำแบบนี้ ?
สวัสดีครับผมวิน Guru Living นะครับวันนี้ครับเราจะมาคุยกันถึงหัวข้อที่สำคัญมากๆนะครับสำหรับคนที่กำลังวางแผนจะซื้อบ้านนะครับวันนี้เราจะมาคุยกันว่าเหตุผลอะไรบ้างที่ทำให้เราชื่อบ้านไม่ผ่านนะครับ ถ้าเราทำแบบนี้ธนาคารมีโอกาสว่าจะไม่ปล่อยสินเชื่อให้เราสุขมากๆนะครับมีอะไรบ้างเดี๋ยวจะมาคุยกันครับ
1.รายได้ไม่ถึงเกณฑ์
เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญอันดับต้นๆเลยนะครับที่เป็นปัจจัยทำให้เรากู้บ้านผ่านกู้บ้านไม่ผ่านเพราะหลักเกณฑ์แรกที่ทางธนาคารเขาจะมากำหนดว่าเขาจะปล่อยสินเชื่อให้เราหรือไม่และปล่อยให้เรามากน้อยแค่ไหนนั่นก็คือ รายได้ ของเรานั่นเองครับ เพราะอะไรครับรายได้เป็นตัวที่จะกำหนดว่าเราสามารถผ่อนธนาคารได้เดือนละกี่บาทดังนั้นถ้ารายได้เราไม่ถึงเกณฑ์มีสิทธิ์มากๆเลยครับที่ธนาคารเขาจะไม่ปล่อยสินเชื่อให้กับเราครับ
2.รายได้ที่ธนาคารไม่พิจารณา
เพื่อนๆหลายคนอาจเคยได้ยินมาใช่ไหมครับว่าเวลาเรายื่นขอสินเชื่อบ้านเนี่ยเราสามารถนำรายได้บางตัวเข้าไปรวมให้กลายเป็นรายได้ด้วยเช่นรายได้จากธุรกิจเสริมรายได้จากการทำงาน Part Time หรือรายได้จาก OT ทำงานนอกเวลา อะไรก็แล้วแต่ แต่ผมต้องบอกอย่างนี้นะครับว่ารายได้ที่ธนาคารจะมาประเมินเป็นรายได้จริงๆของเราเนี่ยส่วนมากนะครับก็จะเป็นรายได้ที่มีความมั่นคงสูงเช่นรายได้จากงานประจำของเราจริงๆนะครับพี่ออกมาจากสลิปเงินเดือนเนี่ยเรามีรายได้เท่าไหร่ในส่วนของโอทีในส่วนของโบนัสหรืออื่นๆเนี่ยมันต้องแล้วแตกแต่ละธนาคารพิจารณานะครับบางธนาคารเอารายได้ในส่วนนี้มาคิดก็มีบางธนาคารไม่คิดรายได้ส่วนนี้เลยที่เป็น OT ที่เป็นโบนัสก็มี
3.ประเภทของรายได้
ถ้าเราแบ่งจำแนกลักษณะของผู้กู้นะครับถ้าแบ่งตามแหล่งรายได้เนี่ยผมแบ่งเป็น 2 ประเภทหลักๆครับประเภทแรกคือผู้ที่มีรายได้ประจำหรือเป็นพนักงานเงินเดือนน่ะครับในเคสนี้ผมคิดว่าไม่ค่อยมีปัญหาอะไรกันนะครับคนที่เป็นพนักงานเงินเดือนและมีการวางแผนทางการเงินที่ดีมีวินัยทางการเงินเก็บออมเงินไม่สร้างหนี้จนเกินตัวเนี่ยโอกาสที่จะกู้สินเชื่อบ้านผ่านมีสุขมากๆแล้วครับวงเล็บว่าถ้าฐานรายได้ถึงนะครับ
4.ภาระหนี้สินเยอะเกินไป
หลังจากจบส่วนแรกที่เป็นเรื่องรายได้ไปแล้วครับธนาคารก็จะมาดูอีกส่วนหนึ่งที่เป็นปัจจัยสำคัญในการพิจารณาสินเชื่อเหมือนกันนะครับเรื่องนี้คือเรื่องภาระหนี้สินของเราครับ ซึ่งให้เข้าใจตรงกันก่อนนะครับว่าธนาคารจะรู้ได้ยังไงว่าเรามีภาระหนี้สินเท่าไหร่ครับภาระหนี้สินในที่นี้คือภาระหนี้สินที่เป็น Fixed cost ที่เป็นหนี้ในระบบเครดิตบูโร ยกตัวอย่างเช่น หนี้บัตรเครดิต หนี้รถยนต์หนี้สินเชื่อส่วนบุคคล และหนี้ กยศ ภาระหนี้เหล่านี้ครับจะถูกบันทึกไว้ในข้อมูลเครดิตบูโรและจะออกมาเป็นภาระหนี้ของเราครับ ดังนั้นถ้าเราจะไปกู้สินเชื่อบ้านหรือไปกู้ซื้อบ้านสิ่งที่เราควรทำก็คือเราไม่ควรสร้างภาระหนี้อื่นๆไว้กับตัวเองให้มากเกินไปครับหรือถ้าจะมีก็มีได้แต่จำนวนที่กำลังดีไม่มากจนเกินไปครับ

5.ติดค้ำประกันให้กับผู้อื่น
จริงๆประเด็นนี้เป็นประเด็นที่สำคัญแล้วก็น่าเห็นใจมากๆนะครับสำหรับกรณีที่เราเคยไปค้ำประกันให้กับใครสักคนหนึ่งนะครับและเขาเนี่ยไม่ยอมส่งธนาคารนะครับผิดนัดชำระหนี้จนทำให้ให้ไอ้คนที่ค้ำประกันอย่างเราเนี่ยซวยไปด้วย
แต่ตรงนี้ให้เข้าใจตรงกันก่อนนะครับว่าการค้ำประกันแล้วคนที่เราไปค้ำประกันให้เนี่ยผิดนัดชำระจะไม่ได้ถูกบันทึกไว้ในข้อมูลเครดิตบูโรนะครับเพียงแต่มันจะเป็นอีกหนึ่ง checklist ที่ธนาคารเขาก็ดูเหมือนกันนะครับว่าเราเคยไปค้ำประกันให้ใครแล้วไอ้คนนั้น มีประวัติการผิดนัดชำระหรือเปล่า
6.อายุงานหรืออายุธุรกิจไม่ถึงเกณฑ์
ปัจจัยนี้ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญเหมือนกันนะครับที่ทางธนาคารเขาจะมาใช้พิจารณาว่าเขาจะอนุมัติวงเงินสินเชื่อให้เราหรือไม่นะครับนั่นก็คือเรื่องอายุงานหรืออายุของธุรกิจนั้นเองครับคำถามคือทำไมธนาคารเขาถึงอยากรู้ว่าเราทำงานมานานแค่ไหนหรือเราทำธุรกิจมานานแค่ไหน มันเป็นเกณฑ์เบื้องต้นนะครับที่ธนาคารเขาจะกำหนดอย่างเช่นถ้าเราทำงานประจำเนี่ยธนาคารเขากำหนดว่าส่วนมากนะครับต้องทำงานมีอายุงานประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปีนะครับถึงจะอนุญาตให้ขอสินเชื่อได้
7.ไม่มีเงินเก็บเงินออม
จริงประเด็นนี้เป็นประเด็นที่ถกเถียงกันมานานมากแล้วนะครับว่าการกู้บ้านมันเกี่ยวข้องยังไงกับเงินเก็บเงินออมด้วยหรือเปล่าจากที่ผมได้คุยกับพนักงานสินเชื่อนะมาหลายแบงค์แล้วนะครับเขาก็ตอบตรงกันนะว่าจริงๆแล้วเรื่องเงินกู้นะครับไม่ค่อยได้เกี่ยวอะไรกับเรื่องเงินเก็บเงินออมหรือเงินที่เราฝากเข้าถอนออกนะครับในปัจจุบันนี้นะเพราะไอ้เรื่องพวกนี้มันสามารถนี้กันได้ถูกไหมเราสามารถไปยืมเงินใครมาก่อนก็ได้แล้วเอามาฝากอยู่ในบัญชีเราทำเหมือนเรามีเงินเยอะๆแต่ที่จริงเราไม่มีเงินเลย
8.เครติตไม่ดี + ไม่มีวินัยทางการเงิน
อันนี้เป็นหัวข้อที่สำคัญมากๆเลยนะที่จะเป็นปัจจัยบอกเลยว่าจะกู้ผ่านหรือไม่ผ่านนะครับนั่นคือเรามีเครดิตดีหรือเปล่านะครับคำว่าเครดิตดีก็คือเราเป็นลูกหนี้ที่กู้แล้วส่งเงินกู้ตรงตามเวลาหรือเปล่าส่งครบหรือเปล่ามีการเบี้ยวนัดชำระหรือเปล่าตรงนี้สำคัญมากๆนะครับ คุณลองคิดภาพตามผมสิถ้าคุณจะให้คนคนนึงยืมเงินแต่คนที่จะมายืมเนี่ยชอบเบี้ยวหนี้คนอื่นนะครับชอบหนีหนี้จ่ายไม่ครบจ่ายล่าช้าเราอยากให้เขายืมเงินไหม
นั่นแหละครับสิ่งที่ธนาคารเขาอยากรู้ก็คือเราเป็นลูกหนี้ชั้นดีหรือเปล่าเรามีการส่งชำระหนี้ตรงเวลาหรือเปล่าเราเคยผิดนัดชำระหรือเปล่าดังนั้นการเป็นลูกหนี้ที่ดีการรูดบัตรเครดิตและผ่อนตรงตามเวลาผ่อนครบไม่มีการชำระขั้นต่ำจะถือว่าเราเป็นคนที่มีเครดิตทางการเงินดีและมีวินัยทางการเงินดีครับมันจะเพิ่มโอกาสในการผ่อนชำระให้เราด้วย

กู้บ้าน กู้บ้านไม่ผ่าน กู้ไม่ผ่าน สินเชื่อบ้าน สินเชื่อบ้าน

8 เหตุผลที่ทำให้ กู้บ้านไม่ผ่าน คืออะไร  อยากกู้บ้านผ่านอย่าทำแบบนี้ ?

นอกจากการดูหัวข้อนี้แล้ว คุณยังสามารถเข้าถึงบทวิจารณ์ดีๆ อื่นๆ อีกมากมายได้ที่นี่: ดูวิธีอื่นๆWiki

Leave a Comment