Skip to content
Home » 10 อันดับมหาเศรษฐีที่รวยที่สุดในประเทศไทย ปี 2020 | เทียบค่าเงิน usd

10 อันดับมหาเศรษฐีที่รวยที่สุดในประเทศไทย ปี 2020 | เทียบค่าเงิน usd

10 อันดับมหาเศรษฐีที่รวยที่สุดในประเทศไทย ปี 2020


นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูความรู้เพิ่มเติมที่นี่

10 อันดับเศรษฐีที่รวยที่สุดในประเทศไทย ปี 2020
Top 10 มหาเศรษฐีที่รวยที่สุดในประเทศไทย
ความร่ำรวยคือยอดปรารถนาของใครหลายคน เป็นตัวชี้วัดความสำเร็จที่ใครหลาย ๆ คนต้องการ ยิ่งร่ำรวยจนมีทรัพย์สินมากติอันดับประเทศยิ่งดูเป็นเรื่องยากที่จะทำให้เกิดได้จริง วันนี้เลยอยากจะขอนำเสนอเศรษฐีที่ร่ำรวยจนติดอันดับของประเทศไทย พวกเขาประกอบธุรกิจ หรือมีทรัพย์สินใดบ้างที่ทำให้ความร่ำรวยของพวกเขาเป็นที่สุดในประเทศไทย มาเริ่มกันเลยดีกว่า
อันดับ 1. พี่น้องเจียรวนนท์ คงปฏิเสธถึงความยิ่งใหญ่ของอณาจักรซีพีหรือเครือเจริญโภคภัณฑ์ที่มีต่อประเทศไทยไปไม่ได้ ธุรกิจในเครือนี้มีหลากหลายทั้งผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร อาหารและเครื่องดื่ม ไปจนถึงห้างสรรพสินค้าเพื่อจัดจำหน่ายสินค้าประเภทต่าง ๆ และด้วยการบริหารในระบบเครือญาติทำให้ทรัพย์สินค้าของเศรษฐีอันดับหนึ่งของไทยนั้นแตะสูงถึง 8.92 แสนล้านบาท
อันดับ 2. นายเฉลิม อยู่วิทยา เมื่อเอ่ยชื่อถึงตระกูลอยู่วิทยา หลายคนคงนึกถึงเครื่องดื่มชูกำลังนี่ห้อกระทิงแดง แต่นอกจากเครื่องดื่มชูกำลังแล้วตระกูลนี่ยังมีกิจการให้ดูแลอีกหลายอย่างทั้งเครื่องดื่มประเภทชา เครื่องดื่มประเภทเกลือแร่ และขนมขบเคี้ยวอีกด้วยจนมีทรัพย์สินที่ 6.6 แสนล้านบาทและได้รับตำแหน่งเศรษฐีลำดับที่ 2 ไปครอง
อันดับ 3. นายเจริญ สิริวัฒนภักดี เศรษฐีในลำดับที่ 3 ผู้นี้คือผู้ที่กุมอณาจักรเครื่องดื่มที่ยิ่งใหญ่อย่างบริษัท ไทย เบฟ ซึ่งสินค้าหลักจะเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเบียร์ช้าง และเหล้าแสงโสม ซึ่งนอกจากไทยเบฟแล้ว นายเจริญยังมีธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ และห้างค้าปลีกอีกด้วย จึงไม่แปลกใจที่เขาจะมีทรัพย์สินรวมมากถึง 3.43 แสนล้านบาท
อันดับ 4. ตระกูลจิราธิวัฒน์ ตระกูลที่กุมบังเหียนธุรกิจในเครือเซ็นทรัลทั้งหมด ซึ่งนอกจากจะเป็นห้างสรรพสินค้าชั้นนำในประเทศไทยแล้ว ยังมีเครือโรงแรมในสังกัดอีกมากมายทั้งภายในและภายนอกประเทศ แต่ก็ยังมีการขยายกิจการด้านเสื้อผ้า รวมถึงเข้าร่วมประมูลแข่งขันในอณาจักร Duty Free มีทรัพย์สินรวมที่ 3.1 แสนล้านบาท
อันดับ 5. นายสารัชถ์ รัตนาวะดี นับเป็นเศรษฐีที่น่าจับตามองมากของประเทศไทย ยิ่งตั้งแต่ที่เข้าบริหารและนำบริษัทกัลฟ์ เอ็นเนอร์จี เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ได้สำเร็จในปีพ.ศ. 2560 ก็สามารถนำบริษัทให้มีมูลค้าหุ้นไอพีโอสูงกว่า 2.4 หมื่นล้านบาท ซึ่งมีบริษัทในเครือข่ายอีกหลายบริษัท ซึ่งล้วนเน้นการนำพลังงานสะอาดมาใช้งานอย่างพลังงานแสงอาทิตย์ และก๊าซธรรมชาติอีกด้วย โดยเขามีทรัพย์สินรวมถึง 2.22 แสนล้านบาท
อันดับ 6. นายอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ผู้รับบังเหียนบริการธุรกิจภายใต้แบรนด์ King power ต่อจากนายวิชัย ผู้เป็นพ่อที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝัน ซึ่งธุรกิจในเครือข่าย King power นั้นคือธุรกิจปลอดภาษีที่ปัจจุบันอยู่ที่อันดับที่ 7 ของโลก ทำให้เขามีมูลค่าทรัพย์สินรวมอยู่ที่ 1.24 แสนล้านบาท
อันดับ 7. นายประจักษ์ ตั้งคารวคุณ หนึ่งในสามพี่น้องที่รวมกันสร้างอาณาจักรสีที่ TOA ให้ยิ่งใหญ่และเป็นที่รู้จักของคนไทย ซึ่งนอกจากธุรกิจสีของครอบครัวจะขยายออกไปยังต่างประเทศมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว นายประจักษ์ยังมีธุรกิจของตัวเองที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องอย่างสายไฟอละสายเคเบิล จนเขามีทรัพย์สินรวมอยู่ที่ 1.01 แสนล้านบาท
อันดับ 8. ตระกูลโอสถานุเคราะห์ นับเป็นตระกูลที่มีประวัติการทำธุรกิจมาอย่างยางนานกว่า 100 ปีในประเทศไทย ซึ่งในปัจจุบันคือธุรกิจในกลุ่มโอสถสภามีธุรกิจประเภทอุปโภคและบริโภคที่หลากหลายที่คนไทยสามารถเห็นได้ในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี ทำให้ตระกูลนี้ถูกจัดอันดับให้ติด Top ten ของประเทศไทยโดยมีมูลค่าทรัพย์สินอยู่ที่ 9.8 หมื่นล้านบาท
อันดับ 9. นายวานิช ไชยวรรณ นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในธุรกิจประกันภัยอย่างไทยประกันชีวิตเป็นอย่างสูง ซึ่งในปัจจุบันบริษัทสามารถให้การประกันภัยที่หลากหลายทั้งประกันภัยรถยนต์ ประกันภัยสุขภาพ และประกันอุบัติเหตุ จนนายวานิชมีทรัย์สินรวมอยู่ที่ 9.15 หมื่นล้านบาท
อันดับ 10. นายชูชาติ เพ็ชรอำไพ และนางดาวนภา เพชรอำไพ คู่สามีภรรยาที่ร่วมกันประกอบธุรกิจจนประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี โดยทั้งคู่คือผู้กุมบังเหียนในธุรกิจเมืองไทย ลิซซิ่ง ซึ่งให้บริการด้านสินเชื่อที่ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จนมีสาขามากกว่า 3,000 สาขาในทั่วประเทศไทย โดยทั้งคู่มีทรัพย์สินมากถึง 8.66 หมื่นล้านบาทเลยทีเดียว
อาจกล่าวได้ว่าโอกาสแห่งความสำเร็จของเศรษฐีแต่ละคนล้วนต้องอาศัยความมุ่งมั่น บางธุรกิจจำเป็นต้องอาศัยระยะเวลาหลายปีกว่าที่จะเข้ามาติดอันดับ Top ten ของประเทศไทยได้สำเร็จ ก็หวังว่าเรื่องราวความสำเร็จเหล่านี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้ที่มีเป้าหมายของชีวิตที่ชัดเจน แล้วโอกาสแห่งความสำเร็จก็จะเกิดขึ้นได้จริง
ที่มาของข้อมูล www.forbesthailand.com/forbeslists/thailandrichest
เศรษฐี มหาเศรษฐี มหาเศรษฐีไทย รวยที่สุด 10อันดับ 2020

เนื้อหาในคลิปจัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น
หากมีข้อผิดพลาดประการใด ทางช่องต้องกราบขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ
ทีแลม โซเซียลคอลเลจ
TRAM Social College

10 อันดับมหาเศรษฐีที่รวยที่สุดในประเทศไทย ปี 2020

สกุลเงินที่น่าแลกไว้เก็งกำไรปี 2021


ความรู้เบื้องต้นก่อนการเริ่มต้นแลกเงินเก็งกำไร
https://www.youtube.com/watch?v=FQl3E9dlsY\u0026list=PLfcLFh0shwbHAxlFgnEMZFDssvvBUDMi2

สกุลเงินที่น่าแลกไว้เก็งกำไรปี 2021

เมื่อเงินบาทแข็งค่า ที่มาและผลต่อเศรษฐกิจคืออะไร


——————————
THE STANDARD : STAND UP FOR THE PEOPLE
สำนักข่าวที่นำเสนอข้อมูลข่าวสารในแนวทางสร้างสรรค์
THE STANDARD Website : http:a//www.thestandard.co
Facebook : https://www.facebook.com/thestandardth
Twitter : https://twitter.com/thestandardth
Ig : @thestandardth.ig
TheStandardDaily TheStandardco
TheStandardth StandUpforThePeople

เมื่อเงินบาทแข็งค่า ที่มาและผลต่อเศรษฐกิจคืออะไร

CB500X 2022 พาชมทัวร์ริ่งที่คุ้มค่าน่าเล่นที่สุดในตอนนี้


พรีวิว CB500X 2022 เปลี่ยนโฉมเปลี่ยนชุดหน้าใหม่ยกชุด โช้คหัวกลับ USD ดิสเบรกหน้าคู่ ล้อหน้าใหม่ โช้คหลังใหม่ ฯลฯ
CB500X2022

See also  Amazing Thailand Marathon 2018 | amazing thailand marathon 2020 | หน้าข้อมูลร้านอาหารในประเทศไทย

CB500X 2022 พาชมทัวร์ริ่งที่คุ้มค่าน่าเล่นที่สุดในตอนนี้

10 อันดับประเทศที่มีสกุลเงินแพงที่สุด


credit by website
https://www.bookmyforex.com/blog/worldstop20currencies2018/
10. 1 CHF = 31.09 THB
9. 1 USD = 31.35 THB
8. 1 EUR = 37.69 THB
7. 1 KYD = 38.22 THB
6. 1 GIP = 42.50 THB
5. 1 GBP =42.51 THB
4. 1JOD = 44.21 THB
3. 1 OMR = 81.56 THB
2. 1 BHD = 83.40 THB
1. 1 KWD = 103.69 THB

10 อันดับประเทศที่มีสกุลเงินแพงที่สุด

นอกจากการดูหัวข้อนี้แล้ว คุณยังสามารถเข้าถึงบทวิจารณ์ดีๆ อื่นๆ อีกมากมายได้ที่นี่: ดูบทความเพิ่มเติมในหมวดหมู่Wiki

Leave a Reply

Your email address will not be published.